นิทานไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านหรือนทานท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงใจแก่ผู้ฟังแบบง่ายๆและสะดวกที่สุด ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดสู่กันมาด้วยปากต่อปากเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันนี้ความบันเทิงได้แฝงมาในรูปแบบต่างๆ มากมายและน่าสนใจกว่านิทาน จนทำให้นิทานท้องถิ่นซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งนับวันแต่จะสูญหายไป นิทานเรื่องที่รวบรวมมานี้มุ่งหวังว่าจะเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ให้นิทานทานพื้นยังคงอยู่กับเราตลอดไป ตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน เรื่องตาบอดไปตีผึ้ง มีคนตาบอดสามคนไปตีผึ้งด้วยกัน ทีนี้มีตาคนหนึ่งไปตัดไม้กัก ๆ อยู่บนยอดไม้ก่อไม้ไผ่ คนตาบอดทั้งสามคนก็เดินเมียงมองเข้าไปใกล้แถมทั้งสามคนยังมีจมูกบี้ ทั้งสามคน “ใครลักตีผึ้งนี่” คนตาบอดถาม ตาแก่คนนั้นตอบว่า “เปล่ากูตัดไม้อยู่” คนตาบอดก็ว่า “ไห้ห่…โฮหกฮู่ฮ่า ฮายฮะ” แล้วก็เซ้าซี้อยู่อย่างนั้น จนตาแก่รำคาญจึงบอกว่า “เออ เดี๋ยวกูจะให้” แกก็เข้าไปตัดไม้ไผ่ แล้วขี้ใส่กระบอก เอาไปไม้อุด และว่า “เอ้า นี่ ๆ ๆ ตีผึ้งให้แล้วนา เอาไปนะอย่ามารบกวน” คนหัวปี (คนแรก) รับมาแล้วว่า “เฮ้ย หะห่อย ๆ เหียวฮิน ฮันให่ เฮยแหะฮวกเฮา” ออกเดินคลำ ๆ กันไปทั้งสามคน ไปเจอหนองน้ำ คนพี่บอก “ห้องฮัก ๆๆ ฮั่งๆๆ ฮ้อมฮงๆ ฮวกเฮา ฮูฮนให้ฮ่ะ ห้องฮิมห่อน ฮวกฮึงเห็ก ๆ ฮินฮีหัง” แล้วยกขึ้นซดฮวบ บ่ายหน้าหนี แล้วส่งให้คนกลาง ฮกซดฮวบเช่นกัน ไม่พูดอะไร ส่งให้คนเล็ก คนเล็กรับมาเขย่าดูแล้วพูดว่า “ให้ ห่า ฮิน เหือบหด เหือให้ฮูหน่อยเฮียวแฮะ” ว่าแล้วกระดกซดฮวบร้องว่า “เฮ้ยหึ้ฮี่หะ” เฮ้งก็หี้ กูก็หี้ เจ็บใจตะแก่นี้แท้ ๆ ไปพากันไปแก้แค้น เอ็งยืนข้างโน้น กูยืนข้างนี้ (หมายถึงล้อมนั้นเอง) เสร็จแล้วเอาขี้เขวี้ยง (ขว้าง) เข้าไปยังกอไม้ ปรากฏว่าถูกพวกเดียวกัน เรื่องนี้สอนในด้านคุณธรรมเจริญธรรมเกี่วกับให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว
นิทานไม่ว่าจะเป็นนิทานพื้นบ้านหรือนทานท้องถิ่น เป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงใจแก่ผู้ฟังแบบง่ายๆและสะดวกที่สุด ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดสู่กันมาด้วยปากต่อปากเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบันนี้ความบันเทิงได้แฝงมาในรูปแบบต่างๆ มากมายและน่าสนใจกว่านิทาน จนทำให้นิทานท้องถิ่นซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่งนับวันแต่จะสูญหายไป นิทานเรื่องที่รวบรวมมานี้มุ่งหวังว่าจะเป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ให้นิทานทานพื้นยังคงอยู่กับเราตลอดไป
ตอบลบตัวอย่างนิทานพื้นบ้าน เรื่องตาบอดไปตีผึ้ง
มีคนตาบอดสามคนไปตีผึ้งด้วยกัน ทีนี้มีตาคนหนึ่งไปตัดไม้กัก ๆ อยู่บนยอดไม้ก่อไม้ไผ่ คนตาบอดทั้งสามคนก็เดินเมียงมองเข้าไปใกล้แถมทั้งสามคนยังมีจมูกบี้ ทั้งสามคน “ใครลักตีผึ้งนี่” คนตาบอดถาม ตาแก่คนนั้นตอบว่า “เปล่ากูตัดไม้อยู่” คนตาบอดก็ว่า “ไห้ห่…โฮหกฮู่ฮ่า ฮายฮะ” แล้วก็เซ้าซี้อยู่อย่างนั้น จนตาแก่รำคาญจึงบอกว่า “เออ เดี๋ยวกูจะให้” แกก็เข้าไปตัดไม้ไผ่ แล้วขี้ใส่กระบอก เอาไปไม้อุด และว่า “เอ้า นี่ ๆ ๆ ตีผึ้งให้แล้วนา เอาไปนะอย่ามารบกวน” คนหัวปี (คนแรก) รับมาแล้วว่า “เฮ้ย หะห่อย ๆ เหียวฮิน ฮันให่ เฮยแหะฮวกเฮา” ออกเดินคลำ ๆ กันไปทั้งสามคน ไปเจอหนองน้ำ คนพี่บอก “ห้องฮัก ๆๆ ฮั่งๆๆ ฮ้อมฮงๆ ฮวกเฮา ฮูฮนให้ฮ่ะ ห้องฮิมห่อน ฮวกฮึงเห็ก ๆ ฮินฮีหัง” แล้วยกขึ้นซดฮวบ บ่ายหน้าหนี แล้วส่งให้คนกลาง ฮกซดฮวบเช่นกัน ไม่พูดอะไร ส่งให้คนเล็ก คนเล็กรับมาเขย่าดูแล้วพูดว่า “ให้ ห่า ฮิน เหือบหด เหือให้ฮูหน่อยเฮียวแฮะ” ว่าแล้วกระดกซดฮวบร้องว่า “เฮ้ยหึ้ฮี่หะ” เฮ้งก็หี้ กูก็หี้ เจ็บใจตะแก่นี้แท้ ๆ ไปพากันไปแก้แค้น เอ็งยืนข้างโน้น กูยืนข้างนี้ (หมายถึงล้อมนั้นเอง) เสร็จแล้วเอาขี้เขวี้ยง (ขว้าง) เข้าไปยังกอไม้ ปรากฏว่าถูกพวกเดียวกัน
เรื่องนี้สอนในด้านคุณธรรมเจริญธรรมเกี่วกับให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว